November 13
และวันนี้ก็ยังคงเหมือนวันที่ผ่านมา...หัวใจ...อ่อนแอ...
June 05
อุมัร อิบนุ อะบูซะละมะฮฺ ได้เล่าว่า .. เมื่อตอนที่ฉันยังเป็นเด็กฉันอยู่ในบ้านเดี่ยวกันกับท่านนบี และในระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารมือของฉันก็สะเปะสะปะอยู่บนตำหรับอาหาร ท่านก็สอนฉันว่า
يَا غُلاَمُ سَمِّ اللهَ وَكُلْ بِيَمِينِكَ وَكُلْ مِمَّا يَلِيكَ فَمَا زَالَتْ تِلْكَ طِعْمَتِي بَعْدُ
"โอ้เด็กน้อย.. จงอ่านด้วยพระนามของอัลลอฮฺ (อ่านบิสมิลลาฮ)และกินส่วนที่อยู่ด้านขวาของเจ้าและกินสิ่งที่อยู่ถัดไป จากนั้นการทานอาหารของฉันก็เป็นลักษณะตลอดไป" (รายงานโดยอัลบุคอรี)
และอีกครั้งหนึ่งท่านก็ได้สอนว่า
يا غلام إن معلمك كلمات احفظ الله يحفظك احفظ الله تجد بحاهك وإذا سألت فلتسأل الله وأذا استعنت فاستعن بالله
ความว่า : เด็กน้อย ..ฉันจะสอนเจ้าในบางอย่าง เจ้าจงรักษาอัลลอฮฺแล้วอัลลอฮฺก็จะรักษาเจ้า เจ้าจงรักษาอัลลอฮฺ เจ้าก็จะได้พบอัลลอฮฺอยู่กับเจ้า เมื่อเจ้าร้องขอเจ้าจงร้องขอจากอัลลอฮฺ และเมื่อเจ้าขอความช่วยเหลือ เจ้าก็จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ (รายงานโดย อัฮมัด)

June 03
...........................................
เหตุใดฉันจึงรู้สึกกลัว...กลัว...ความเจ็บปวด
หรือเพราะฉันเคยได้รับบทเรียนที่...ฉันไม่อาจลืมมันได้
เหตุใดฉันจึงรู้สึกกลัว...กลัว...ความไว้วางใจ
หรือเป็นเพราะ...โลกใบนี้ยากเหลือเกินที่จะหาคน...ที่สามารถไว้วางใจได้
เหตุใดฉันจึงรู้สึกกลัว..กลัว...ความผิดหวัง
หรือเป็นเพราะฉัน...ปราถนาที่จะสมหวังมากเกินไป...
ฉันขอพระองค์ทรงให้ความรู้สึก...หวาดกลัว...เหล่านี้จงหายไป
เพราะไม่มีสิ่งใดที่ฉันสมควรที่จะหวาดกลัวมากกว่า...ไฟนรก
เพราะไม่มีผู้ใดที่ฉันสมควรไห้ความไว้วางใจได้นอกจาก...พระผู้ทรงอภิบาลของฉัน
เพราะทุกความสมหวังหรือผิดหวัง...ถูกกำหนดไว้แล้ว
สิงที่ต้องทำคือ...ดุอาร์
...................................................................
June 02
.
........
...............
...........................
ฉันกำลังทำอะไรอยู่...
ฉันอยากทำอะไร...
แล้วอะไรคือสิ่งที่ฉันต้องทำ...
คำตอบของมัน...ฉันรู้อยู่แก่ใจ...
เพียงแต่วันนี้หัวใจของฉันอ่อนแอ...อ่อนแอเกินไป...
ฉันยังย่ำอยู่กับที่...
ในขณะที่มองเห็นใครหลายคน...
กำลังเดินไปข้างหน้า...
เพื่อเข้าใกล้พระผู้ทรงอภิบาลของพวกเขา...เพื่อความโปรดปรานของพระองค์
พวกเขากำลังต่อสู้...
ต่อสู้...ต่อสู้...ต่อสู้
กับอารมณ์ไฝ่ต่ำของตัวเอง
ทำไมฉันถึงทำไม่ได้...ไม้ได้สักที...
ทำไมหัวใจของฉันอ่อนแอยิ่งนัก...
หรือฉันต้องการกำลังใจ...เพื่อจะลุกขึ้นยืน...ในยามที่ฉันล้มลง
หรือฉันกำลังรอใครสักคน..จูงมือฉัน...เพื่อเดินไปด้วยกัน
ฉันยังต้องการอะไร...
หรือกำลังต้องการบางสิ่งที่จะทดแทนบางส่วน...ที่ดูเหมือนจะหายไป
ฉันยังต้องการอะไร...
ฉันมีพระเจ้าไม่ใช่หรือ...
ฉันมี...อัลลอฮฺ...ผู้ทรงยิ่งใหญ่ไม่ใช่หรอ...
มันยังไม่เพียงพออีกหรือ...สำหรับความต้องการของฉัน...
พระองค์ทรงอยู่ใกล้ๆหัวใจของฉันไม่ใช่หรือ...
พระองค์ยังไม่เพียงพออีกหรือ...
สำหรับทุกอย่าง...ที่ฉันต้องการ
เหตุใด...ฉันจึงยังต้องการ...
เหตุใดฉันยังไม่ลุกขึ้นเดิน...
เหตุใดฉันยังย่ำอยู่กับที่...
เหตุใดเพียงแต่มองดู...พี่น้องของฉัน...
บททดสอบที่พระองค์ให้มา...
มันทำให้ฉันสำนึกได้ว่า...ฉันทรยศต่อพระองค์...มากมาย
มันทำให้ฉันรู้ว่าพระองค์ทรงรักฉัน...
มันทำให้ฉันรู้ว่า...
ฉันต้องทำหน้าที่บ่าวที่ดีเพื่อพระองค์...
หลังจากที่ฉันละเลยอยู่นาน...
ฉันต้องลุกกขึ้นยืน...
และเดินต่อไป...
...เพื่อ...
...เจ้าของชีวิตและลมหายใจของฉัน...
เพื่อ...พระผู้อภิบาลผู้ทรงสูงส่ง...
อัลฮัมดูลิลลาฮฺ...
ที่พระองค์ทรงเมตตา...มากมาย...แก่ฉัน...
..............................................
..................
.......

อัลลอฮฺทรงเมตตา...อะบูบักรฺ
ที่ให้บุตรสาวของเขาสมรสกับฉัน เขาได้คุ้มกันฉันจนถึงเมืองแห่งการอพยพ (มดีนะฮฺ)
เขาได้ปล่อยบิลาล(ให้พ้นสภาพทาส) จากทรัพย์สินของเขาเอง...
และทรัพย์สินใดในอิสลามไม่ได้ทำประโยชย์ใดๆแก่ฉันเลย...ทรัพย์สินของอบุบักรฺก็ไม่ทำประโยชน์ใดๆแก่ฉันด้วยเหมือนกัน
อัลลอฮฺทรงเมตตา...อุมัร
เพราะเขาพูดจริงไม่ว่าคำพูดนั้นจะข่มขื่นปานใด
และความจริงได้ทอดทิ้งเขา(ให้เดียวดาย)โดยเขาไมเพื่อน(ไม่มีคนใดที่จะพูดจริงเหมือนกับเขา)
อัลลอฮฺทรงเมตตา...อุสมาน
มลาอิกะฮฺเองยังมีความอายต่อเขา
เขาได้เตรียมกองทัพในยามยาก...
เขาได้เพิ่มมัสยิดของเรา...ใจนมันกว้างขวางให้เรา
อัลลฮฺทรงรัก...อาลีย์
โอ้ อัลลอฮฺ โปรดหมุนเวียนสัจจะพร้อมกับเขา เมื่อสัจจะนั้นได้หมุนเวียนมา
รายงานโดย...อัตติรมีซีย์ จาก อะลีย์
ฉันได้เห็นมลาอิกะฮฺ ทำการอาบน้ำ* (ศพของ)ฮัมซะฮฺ บินอับดิลมุตตอลิบ และ ฮันเซาะละฮฺ บินอัลวาฮิบ
รายงานโดย...อัตตอบะรอนีย์ จาก อิบนีอับบาส
*การอาบน้ำคนทั้งสองนั้นไม่ใช่อาบน้ำเพราะตาย เพราะคนทั้งสองตายในสงครามจึงไม่ต้องอาบน้ำศพ แต่มลาอิกะฮฺอาบเพราะ เป็นการอาบน้ำญานาบะฮฺแก่คนทั้งสอง เพราะคนทั้งสองขณะตายชะฮีตนั้น บังเอิญยังค้างญานาบะฮฺ มลาอิกะฮิจึงมาอาบน้ำดังกล่าว
โลหิตของอัมมัร และเลือดเนื้อของเขา เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับไฟนรก ที่จะกินหรือสัมผัสเขา
รายงานโดย อิบนุอะซากิร จาก อะลีย์
พวกท่านพึงปล่อยบรรดาสหายของฉัน*ไว้กับฉันเถิด ขอสาบานในพระเจ้าผู้ซึ่งตัวฉันอยู่ในอำนาจของพระองค์
มาดแม้นพวกท่านทั้งหลาย จะบริจาคทองคำขนาดภูเขาอุฮุด พวกท่านก็ยังไม่ (สามารถจะเทียบ)ถึงความประพฤกของพวกนั้นได้...
รายงานโดย...อะหมัด จาก อะนัส
*ปล่อยไว้กับฉัน...คือ อย่าตำหนิพวกเขา เพราะศ่อฮาบะฮฺเหล่านั้น ได้สละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสนองต่อนโยบายของอิสลาม และผจญภัยกับความทุกข์ยากลำเค็ญแสนเข็นร่วมกับ
ท่านรอซูลลุลลฮฺ (ซ็อลลัลลอฮฺ อาลัยฮี วาซ็อลลัม) มาโดยตลอด
ประชาชาติของฉันที่มีความอาทรต่อประชาชาติด้วยกันที่สุดได้แก่...อะบูบักรฺ
ประชาชาติของฉันที่มีความเข้มแข็งในศาสนาของอัลลอฮฺที่สุดคือ...อุมัร
ประชาชาติของฉันที่มีความอายอย่างแท้จริงได้แก่...อุสมาน
ประชาชาติของฉันที่พิพากษาได้เยี่ยมที่สุดคือ...อาลี
ประชาชาติของฉันที่มีความรู้เรื่องการแบ่งมรดกที่สุดคือ...ไซด บินซาบิต
ประชาชาติของฉันที่อ่านได้ดีที่สุดคือ...อุบัยย์
ประชาชาติของฉันที่รอบรู้ในเรื่องสิ่งอนุมัติและสิ่งต้องห้ามได้ดีที่สุดคือ...
มุอาซ บินยะบัล
พึงสังวรณ์! ทุกๆประชาชาติย่อมมีผู้ได้รับความไว้วางใจ และผู้ได้รับความไว้วางใจแห่งประชาชาตินี้คือ...อะบูอุบัยดะฮ์ อัลยัจรอฮ์
รายงานโดย...อะบูยะลา จาก อิบนิอุมัร
May 25
ยูซุฟ คือ ใคร
ยูซุฟ คือ นบีท่านหนึ่ง เป็นลูกของนบียะอฺกูบ ยะอฺกูบเป็นลูกของนบีอิสฮาก และอิสฮากเป็นลูกของนบีอิบรอฮีม ยูซุฟเกิดจากแม่ในประเทศอิรัก
ตอนที่ยูซุฟเกิดนั้นอายุของยะอฺกูบประมาณ 95 ปี ระยะห่างระหว่างวันกำเนิดนบียูซุฟกับนบีอิบรอฮีม 251 ปี
ชีวิตยูซุฟอัตคัตตั้งแต่เด็ก มารดาเสียชีวิตตั้งเขายังเยาววัย ก็อาศัยอยู่กับน้า
เมื่อเห็นความยากลำบากยะอฺกูบผู้เป็นพ่อก็ต้องการย้ายเขาไปอยู่ด้วยที่ชาม(แถวๆปาเลสไตน์ในปัจจุบัน)
แต่เขายังต้องอยู่กับน้า แต่สุดท้ายก็ย้ายไปอยู่กับครอบครัวใหญ่กับพ่อ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมก้บพี่น้องต่างมารดาคนอื่นๆ
ยะอฺกูบจะเอ็นดูและรักยูซุฟมาก ก็เลยทำให้พี่ๆคนอื่นไม่ค่อยพอใจ วางแผนให้ผละจากพ่อและนำไปทิ้งในบ่อน้ำ
แต่อัลลอฮฺคุ้มครองยูซุฟตั้งแต่แรก พอดีมีคนเดินทางและได้เจอยูซุฟที่ก้นบ่อได้นำขึ้นมา
และนำไปขายในท้องตลาดประเทศอิยิปต์ เมื่อประมาณปี 1600 ก่อนคริสต์ศักราช
ยูซุฟถูกขายให้เจ้านายในเมืองอิยิปต์และถูกเลี้ยงดูเป็นอย่างดี แต่เพราะความหล่อเหลาของเขาเลยถูกภรรยาของเจ้านายให้กระทำในสิ่งที่ไม่ดี
ยูซุฟปฏิเสธที่จะทำตามและบอกว่าคุกเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขามากกว่า เลยต้องติดคุกเป็นเวลานาน
ความสามารถพิเศษที่อัลลอฮฺได้ประทานให้แก่ยูซุฟคือสามารถทำนายฝัน
ในระหว่างที่อยู่ในคุกก็มีชายสองคนที่เข้าคุกร่วมกับเขาด้วยและได้ฝันประหลาด ยูซุฟก็ทำนายว่าคนหนึ่งจะโดนประหารชีวิตและอีกคนจะได้ดิบได้ดีเป็นผู้รับใช้กษัตริย์
และการทำนายของยูซุฟก็เป็นจริง
เมื่อกษัตริย์อิยิปต์ฝันประหลาดก็หาคนทำนาย สุดท้ายก็ต้องไปเชิญยูซุฟออกจากคุกและสอบสวนหาความจริงที่ท่านต้องเข้าคุก
ในการทำนายของยูซุฟต่อความฝันของกษัตริย์ ทำให้ยูซุฟต้องอาษาเป็นรัฐมนตรีนักพัฒนาต่อสู้กับสภาพที่จะเกิดขึ้นตามคำทำนาย ...
สูเราะฮฺยูซุฟ เป็นสูเราะฮฺที่อัลลอฮฺประทานลงมาหลังจากสูเราะฮฺฮูด ปีที่อัลลอฮฺประทานลงมานั้นเป็นปีที่ได้ชี่อว่า عام الحزن (ปีแห่งการเศร้าโศก) เพราะในปีนั้นท่านนบีมุฮำมัด(ศอลฯ)ได้ถูกทดสอบทางใจอย่างหนัก ภรรยา เคาะดีญะฮฺ อันเป็นสุดที่รัก เคียงคู่กับการเผยแพร่และต่อสู้เพี่อศาสนามาตลอด และลุงของท่าน อะบูฏอลิบ ที่เลี้ยงดูท่านมาแต่เด็กและช่วยปกป้องท่านมาแต่ต้น ทั้งสองได้เสียชีวิตในปีนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับท่านนบีมุฮำมัดนับว่ายังไม่เป็นเรื่องสาหัสมากนักเมื่อเทียบกับที่บรรดานบีของอื่นๆได้รับ และสุดท้ายบรรดานบีเหล่านั้นได้ประสบความสำเร็จในชีวิตตามที่ได้หวังไว้
ในเรื่องราวของบรรดานบีต่างๆที่ประสบสภาพชีวิตที่ลำบากอัลลอฮฺก็ได้เล่าให้ท่านนบีมุฮำมัด(ศ็อลฯ)รับรู้และเป็นบทเรียนคือเรื่องราวของนบียูซุฟในสูเราะฮฺยูซุฟนี้ ในตอนท้ายของสูเราะฮฺนี้ อัลลอฮฺได้ให้ตระหนักว่าเรื่องราวในลักษณะนี้เป็นบทเรียนสำหรับบรรดาผู้มีปัญญาที่คิดได้ทุกคน พระองค์ตรัสว่า..
لَقَدْ كَانَ فِي قَصَصِهِمْ عِبْرَةٌ لِّأُوْلِي الأَلْبَابِ
"แท้จริงเรื่องรายของพวกเขาเป็นบทเรียนสำหรับบรรดาผู้มีสติปัญญา"
(สูเราะฮฺ ยูซุฟ 12/111)
คนเคยตั้งคำถามชวนคิดเรื่องหน้าที่ของมนุษย์ โดยเขากล่าวว่า...
ถ้าท่านถูกนำไปทิ้ง ณ สถานที่ที่ท่านไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย
ท่านไม่รู้มันคือที่ใด และมีความสำคัญกับท่านอย่างไร
แต่ท่านก็ถูกนำมาทิ้ง ณ ที่นั้น ท่านไม่เรียกร้องที่จะมา
ท่านไม่เคยเลือกและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการเลือก ณ สถานที่นั้น
ท่านก็ได้อยู่ ณ ที่นั้นแล้ว อยู่ๆ ท่านก็เจอคนๆ หนึ่งเขาบอกท่านว่า เขาคือ ผู้ที่จะนำท่านสู่ความปลอดภัย
โดยมี หนังสือเล่มหนาๆ เล่มหนึ่ง บอกว่า นี่คือคัมภีร์ที่เป็นแนวทางดำรงชีวิตของท่าน เป็นเสมือนธรรมนูญชีวิต
ท่าน จะด่วนปฏิเสธเขา หรือ...?
ท่าน ไม่ทดสอบก่อนหรือว่า ในคัมภีร์นั้น เป็นจริงหรือเท็จ..?
แน่นอน.. สำหรับผู้มีปัญญา เขาไม่ด่วนปฏิเสธเขาต้องพิสูจน์ความจริงให้ได้
ต้องสืบเสาะ แสวงหาที่มาของเขา และเขามาทำไม จะอยู่ต่อไปอย่างไร ...?
ในการที่จะให้เขาจะรู้จักสิ่งที่เขาสงสัยต่างๆ นั้น จะต้องด้วยการอ่าน .. اقرأ
اقرأ อ่านว่า อิกเราะ แปลว่า จงอ่าน หรือ จงท่อง
(เพราะการอ่านในภาษาอาหรับไม่จำเป็นต้องมีตัวหนังสือ ตำราบางเล่มจึงแปลว่า จงท่อง)
จงเริ่มต้นของการเรียนรู้ รู้จักตัวเอง รู้จักสิ่งที่อยู่รอบๆ รู้จักผู้สร้าง รู้ว่าตัวเองมาทำไมบนโลกนี้ ด้วยอ่าน..อ่าน
อ่าน..
อ่านอย่างเดียวหรือ อ่านอะไรก็ได้ อย่างไรก็ได้... ใช่หรือไม่..
คำตอบคือ ไม่....
เขาต้องอ่าน ด้วยจิตใจที่ยึดมั่นและศรัทธามั่นว่า เขาอ่านเพราะพระเจ้าผู้สร้างเขา..
นั่นหมายถึงอ่านหรือเรียนรู้ไปพร้อมๆกับคุณธรรม หรืออ่าน/เรียนรู้ที่วางอยู่บนคุณธรรม มีความยำเกรงในพระเจ้าผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง...
(อบี เขียน)
ท่านนบี(ศอลฯ) ได้สอนในเรื่องนี้ ให้ทานอาหารจนหมดในภาชนะ โดยท่านกล่าวว่า
إِنَّكُمْ لَا تَدْرُونَ فِي أَيِّ طَعَامِكُمْ الْبَرَكَةَ
ความว่า : พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่าอาหารของพวกเจ้าส่วนไหนที่เป็นบะรอกะฮฺ(เพิ่มพูล) (รายงานโดย อัฮมัด)
ถ้าเรามองย้อนกลับไป การกินข้าวไม่หมดทางเดี่ยวที่เป็นไปได้ คือ เทข้าวทิ้ง แล้วนึกถึงคนที่ไม่มีข้าวกินบ้างหรือเปล่า ทำไมไม่คำนวณให้มันพอดี จะได้ประหยัดเงินเขาเอง ประหยัดเงินประเทศชาติด้วย...